Web Link


 
 
 
 

Home
วีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์

ระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์หรือการประชุมทางไกลคืออะไร

1. ระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์หรือการประชุมทางไกลคืออะไร
วีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์คือการสื่อสารทางไกลทางด้านภาพ เสียงและข้อมูลเพื่อการประสานงานภายในองค์กร และ เพื่อการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการประชุมทางไกลโดยการสื่อสารแบบเห็นหน้ากันจะมีประสิทธิภาพกว่าเพราะสามารถสื่อสารทางภาษากายได้เช่น การแสดงออกทางอารมณ์ทางใบหน้า ภาษามือต่างๆ และการนำเสนอข้อมูลซึ่งช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายและแม่นยำขึ้น

2. ในระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์จะต้องมีอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมบ้าง
อุปกรณ์ในระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์ประกอบไปด้วย ไมโครโฟน กล้อง ตัวปลายทาง, จอหรือโปรเจ็กเตอร์ และ ลำโพง ซึ่งกล้องและไมโครโฟนจะเป็นตัวรับสัญญาณภาพและเสียงเพื่อเข้าสัญญาณแล้วส่งไปยังอีกฝั่งเพื่อทำการถอดสัญญาณภาพและเสียงแล้วทำการแสดงผลออกมาทางจอและลำโพงตามลำดับซึ่งอุปกรณ์ที่ดีจะทำให้การสื่อสารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น (การใช้งานจริงอาจจะมีการใช้เครื่องเล่นวีดีโอเพื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงด้วย และต้องมีคอมพิวเตอร์สำหรับการส่งข้อมูลเช่น presentationด้วยถ้าต้องการ และTS Series มีกล้องและไมโครโฟนรวมอยู่ในชุดอยู่แล้วยกเว้นรุ่น TS3210)

3. ใช้ระบบเครือข่ายแบบใดในการสื่อสาร
สื่อสารด้วยระบบเครือข่ายดิจิตอลแบบ IP Network (H.323)

4. ทำไมถึงต้องเลือกระบบที่เป็นมาตรฐานในการสื่อสาร
เพราะอุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐานในการสื่อสารจะทำให้สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆได้ทำให้การลงทุนกับอุปกรณ์รองรับกับอุปกรณ์อื่นๆในอนาคตได้

5. ระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์ต้องการความเร็วหรือแบนด์วิดธ์เท่าไหร่ในการประชุม
ควรใช้แบนด์วิดธ์ในการประชุมอย่างน้อย 128k ซื่งสามารถประชุมได้ดี แต่ถ้าต้องการภาพที่ชัดในการประชุมควรใช้อย่างน้อย 256-384k (ควรดูข้อ 6. ประกอบ)

6. ลิ้งค์ (WAN) ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสาขาหรือหน่วยงานควรเป็นแบบใด
ลิ้งค์ที่ใช้เชื่อมต่อมีหลากหลาย เช่น Leased line, ISDN, MPLS, Frame Relay, ATM, ADSL ลิ้งค์ที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถใช้งานได้ซึ่งระบบต่างๆนี้จะมีเราเตอร์แปลงสัญญาณมาเป็น IP แต่ในกรณีของ ADSL นั้นในตลาดประเทศเรามี ADSL หลายรูปแบบ เช่น ADSL สำหรับบุคคลทั่วไป ADSL สำหรับธุรกิจอาจจะเรียกชื่อแพ็กเกจต่างกันไปตามผู้ให้บริการ รวมไปถึงมีบริการ ADSL ที่ผู้ให้บริการรับประกันว่าผู้ใช้สามารถใช้ความเร็วที่กำหนดตลอดเวลา และยังมี G.SHDSL เรียกสั้นๆว่า จีดอท จะรับประกันความเร็วเช่นกัน ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นใช้งานได้ดียกเว้น ADSL สำหรับบุคคลทั่วไปและสำหรับธุรกิจซึ่งมีการแย่งกันใช้งานแบนด์วิดธ์กับผู้อื่นแต่แบบธุรกิจอาจจะมีการกำหนดให้มีการแย่งกันใช้งานกับบริษัทอื่นไม่เกิน 10, 20 หรือ 30 ราย ซึ่งทำให้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถสื่อสารกันได้อย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการนำมาใช้ทำวีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์แต่ สำหรับแบบธุรกิจ 10 และ 20 อาจจะใช้งานได้ดีในบางพื้นที่การทดสอบจึงอาจจะเป็นทางออกที่ดีแต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะใช้งานได้ดีตลอด

7. ระบบ TrueSens ของ Kedacom ใช้การเข้าสัญญาณแบบใด
ระบบ TrueSens ของ Kedacom ใช้การเข้าสัญญาณแบบ H.264 ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในปัจจุบันทำให้ภาพมีความคมชัดเมื่อเทียบกับแบบเดิม (H.261, H.263, MPEG-4) และ รองรับ H.263 สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์วีดิโอคอนเฟอร์เร็นซ์เก่าที่มีอยู่

8. Echo cancellation คืออะไร
Echo ก็คือการที่ได้ยินเสียงสะท้อนหรือเสียงที่เราพูดออกไปเมื่อเสียงที่ดังจากลำโพงวิ่งกลับเข้าไมโครโฟนมาและถ้าดังมากจะเกิดอาการที่เรียกว่าหอนฟังก์ชั่นนี้จะช่วยตัดเสียงสะท้อนออกไป

9. Automatic Gain Control คืออะไร
คือการปรับเสียงโดยอัตโนมัติทำให้ได้ยินเสียงที่ระดับสม่ำเสมอ

10. Lip Synchronization คืออะไร
คือฟังก์ชั่นที่ช่วยให้เสียงกับภาพตรงกันเช่นการพูดจะเห็นปากตรงกับเสียงที่ได้ยินโดยส่วนมากจะทดสอบโดยการนับนิ้วจากหนึ่งถึงสิบ

11. Dual Stream คืออะไร
คือการส่งสองสัญญาณภาพพร้อมกันนั่นหมายความว่าเราสามารถส่งภาพผู้พูดและข้อมูลนำเสนอพร้อมกันได้และการแสดงผลนั้นสามารถเลือกภาพเดี่ยว ภาพซ้อนภาพ (PIP) ภาพคู่บนจอเดียว หรือแสดงสองภาพโดยแสดงแต่ละภาพไปยังสองจอ

12. คำถามเกี่ยวกับมาตรฐานโปรโตคอลต่างๆ
H.264: คือมาตรฐานการส่งสัญญาณภาพของ ITU หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ MPEG4-Part10 ซึ่ง H.264มีความสามารถในการบีบอัดมากกว่า H.263 สองเท่าซึ่งทำให้ภาพมีความคมชัดมากกว่าและไม่มีอาการที่เรียกว่าโมเสกหรือกระตุกเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวในภาพ
H.239: คือมาตรฐานในการส่งสัญญาณภาพพร้อมกันของภาพผู้พูดและภาพจากข้อมูลการนำเสนอ (Dual Stream)
H.323: คือมาตรฐานในการสื่อสารของข้อมูลภาพและเสียงตามมาตรฐาน ITU
4CIF: คือการบอกถึงขนาดภาพ 704*576 ซึ่งใช้ในการสื่อสารโดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่ H.263 ขึ้นไปขนาดภาพทำให้ได้ภาพที่คมชัดมากกว่า CIF แต่ก็ใช้แบนด์วิดธ์ในการประชุมสูงตามเช่นกันโดยปรกติจะอยู่ที่ 512k ขึ้นไปในการใช้งานทั่วๆไปจึงยังไม่ได้ใช้ความสามารถขนาดนี้นักสำหรับประเทศไทยเพราะค่าLink ยังคงมีราคาสูงอยู่ และอุปกรณ์ทุกรุ่นที่รองรับ 4CIF จะสามารถเลือกใช้งาน CIF ไดด้วยเช่นกัน
CIF: คือการบอกถึงขนาดภาพ 352*288 ซึ่งใช้ในการสื่อสารโดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่ H.261 ขึ้นไป

13. สนับสนุนพอร์ทเอาพุธอะไรบ้าง
รองรับพอร์ทเอาพุธสัญญาณภาพสองแบบคือ VGA และ Video โดยแบบ VGA คือใช้หัวต่อแบบ D-sub 15 pins ส่วน Video หรือ A/V ใช้หัวต่อแบบ RCA

14. รองรับการประชุมหลายจุดได้อย่างไรบ้าง (MCU)
การทำการประชุมหลายจุดถ้าเลือกใช้ MCU แบบภายนอก (KDV8000C) สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุด 64 จุดโดยเริ่มจาก 8 จุด และสามารถซื้อไลเซนส์เพิ่มจำนวนจุดได้ภายหลัง โดยสามารถแบ่งห้องการประชุมได้สูงสุด 16 ห้องในเวลาเดียวกัน

15. MCU รองรับการแสดงภาพผู้ร่วมประชุมสูงสุดกี่จุดพร้อมกัน
การทำการประชุมหลายจุดถ้าเลือกใช้ MCU แบบภายนอก (KDV8000C) สามารถแสดงภาพผู้เข้าร่วมประชุมได้ในรูปแบบ 2, 3, 4, 9 (3×3), และ 16 (4×4) จุดพร้อมกัน

 

Sites Reference

Product Focus


ascc1
 

bottom
top
Banner

bottom

Powered by Advance Solution Services :: Address 12 Soi Rama II , Soi 42 , Bangmod Chomthong, Bangkok 10150 Thailand.,(Tel)0-2898-4534-5, (Fax)0-2898-4648